วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2563

7 เกาะที่แปลกประหลาด

 7 เกาะที่แปลกประหลาด


Ilha de Queimada Grande บราซิล

เกาะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้มาเยือนด้วยเหตุผลง่ายๆ: เกาะนี้น่าจะเป็นจุดที่น่าสนใจที่ใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับงูพิษ Golden Lancehead มันเป็นหนึ่งในงูที่อันตรายที่สุดในโลก และเกาะนี้มีพวกมันนับพัน ฉันสงสัยว่าฉันต้องโน้มน้าวให้คุณอยู่ไกลจากที่นี่



Brother Island นิวยอร์ก

น่าเสียดายที่สถานที่แห่งนี้ก็มีข้อ จำกัดต่อกลุ่มคนเช่นกัน Brother Island เดิมทีใช้เป็นสถานที่กักกันโรคซึ่ง Typhoid Mary ที่น่าอับอายถูกกักตัวไว้ คุณสามารถไปที่นั่นได้ก็ต่อเมื่อคุณมีใบอนุญาต ซึ่งฉันสามารถจินตนาการได้ว่าพวกเขาจะ ไม่อนุญาตนักท่องเที่ยวทุกคนที่มีความอยากรู้อยากเห็น



The floating islands of Lake Titicaca เปรู

เกาะประหลาดในประเทศเปรู เกาะนี้ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติสร้าง แต่ถูกสร้างขึ้นโดยชนเผ่าพื้นเมืองที่มีชื่อว่า Uros  โดยใช้ต้นกกมาทำเป็นแพ สาเหตุที่พวกเขาสร้างเกาะแห่งนี้ขึ้นมา เพราะเลี่ยงการมีปัญหากับชนเผ่าพื้นเมือง แต่ทุกวันนี้พวกเขาก็ยังใช้ชีวิตกันอยู่บนเกาะนี้ เกาะที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง



Surtsey Island ไอซ์แลนด์

ในขณะที่ตัวของไอซ์แลนด์เองเป็นเกาะใหญ่เกาะหนึ่ง Surtsey เป็นเกาะเล็กๆ นอกชายฝั่งของไอซ์แลนด์ เป็นเกาะที่เพิ่ง ก่อตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่การปะทุของภูเขาไฟในยุค 60 เท่านั้น ดังนั้นน่าเสียใจ ผู้คนยังไม่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชม ขณะนี้มันถูกใช้เป็นสถานีวิจัยทางธรรมชาติ เพื่อให้เราเข้าใจถึงปีแรกๆ ของการก่อตัวขึ้นของเกาะ



Isola La Gaiola อิตาลี

เกาะที่มีเอกลักษณ์แห่งนี้ ตั้งอยู่นอกชายฝั่งของเนเปิลส์ และเป็นเกาะเล็กๆ สองเกาะที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพาน เกาะถูกสาป ถ้าคุณเชื่อในสิ่งนั้น เพราะมันเป็นของคนร่ำรวยหลายคนที่พบเจอความโชคร้าย หรือแม้แต่ความตายที่ยังไม่ถึงเวลา


Olkhon Island รัสเซีย

แม้ว่าชายหาดที่งดงามของรัสเซียจะไม่เป็นที่รู้จักอย่างแท้จริง แต่เกาะนี้ในไซบีเรียดูเหมือนจะคุ้มค่ากับการไปเยือน เกาะนี้ตั้งอยู่ในทะเลสาบ Lake Baikal ซึ่งคุณสามารถพบได้ในกลางไซบีเรีย เกาะแห่งนี้มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติมากมายบนเกาะ แต่ฉันจินตนาการว่าการไปที่นั่นจะไม่ง่ายอย่างนั้น



North Sentinel Island มหาสมุทรอินเดีย

เกาะนี้ตั้งอยู่ในอ่าวเบงกอล ประเทศอินเดีย ถึงแม้ว่าปัจจุบันโลกของเราจะก้าวหน้า มีเทคโนโลยีที่พัฒนาไม่หยุด แต่สำหรับชนพื้นเมือง Sentinelese พวกเขาปฏิเสธที่จะรับรู้เรื่องราวภายนอกและยังคงใช้ชีวิตกันแบบเดิม โดยการล่าสัตว์ ตกปลา รวมไปถึงการเก็บพืชป่าเป็นอาหาร และที่สำคัญคือ ไม่มีใครก้าวเท้าขึ้นไปเหยียบบนเกาะนี้ได้ เพราะเพียงแค่เข้าไปใกล้ชายฝั่ง ก็จะโดนศรไฟพุ่งเข้ามาต้อนรับทันที


ขอขอบคุณข้อมูล/ภาพ

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

รัฐบาลของการปฏิวัติ พ.ศ.2475 ในสายตาของคนต่างชาติ


พระบรมฉายาลักษณ์ที่เผยแพร่ในต่างประเทศในช่วงปฎิวัติ พ.ศ.2475

(จากหนังสือ คดีสภาปฏิวัติแห่งชาติ แผนพัฒนาการเมืองไปสู่การปกครองระบอบ "ประชาธิปไตย" ตามแผนพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร รวบรวมและเรียบเรียง จัดพิมพ์ มิถุนายน 2538 และท่านสามารถอ่านศึกษาคดีสภาปฤิวัติได้ทั้งหมดได้จากลิงค์ที่แนบมาพร้อมแล้วนี้ได้ ครับ :http://thongkum.blogspot.com/2015/12/blog-post_1.html )
edit : thongkrm_virut@yahoo.com

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563

ปิดใจสาวไทย อาชีพแปลก ผู้พบ “โคโรน่าพันธุ์ใหม่” คนแรก เผยเบื้องหลัง สุดทุ่มเท

ปิดใจสาวไทย อาชีพแปลก ผู้พบ “โคโรน่าพันธุ์ใหม่” คนแรก เผยเบื้องหลัง สุดทุ่มเท

26 ม.ค. 2563 17:24
 
เบื้องหลังการทำงานของผู้คนในแวดวงกระทรวงสาธารณสุขไทย ณ วินาทีนี้ คงต้องยอบรับแต่โดยดีว่า พวกเขาทำงานกันอย่างหนักหน่วง อดหลับอดนอน ไม่มีวันหยุด เพื่อความผาสุก และปกป้องไว้ซึ่งสุขภาพกายอันดีของคนไทย และมิต่างจากผู้ปิดทองหลังพระ
ล่าสุด ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี นักเทคนิคการแพทย์ รองหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย และเป็นผู้ค้นพบ “เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่” ก่อนที่จะมีการประกาศจากทางการจีน
โดย ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี ในฐานะทีมผู้ตรวจพบและยืนยันเชื้อโคโรน่าสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในขณะนี้ เปิดเผยกับทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ถึงเบื้องหลังการค้นพบครั้งนี้ว่า “จากการที่เราพยายามตรวจสอบภายในห้องปฏิบัติการ จึงทำให้เราสามารถตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ได้ก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากจีน และเมื่อเราสามารถตรวจพบได้แล้ว เราได้เฝ้ารอให้ทางการจีนประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันอีกครั้งว่า เชื้อที่พบเป็นเชื้อตัวเดียวกันหรือไม่ ซึ่งผลออกมาพบว่า ผลลัพธ์ที่เราพบก่อนหน้านี้ ตรงกันกับที่ทางการจีนประกาศ 100%”
ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ กล่าวไล่เรียงตามไทม์ไลน์เวลาที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้
  • 31 ธ.ค.62 มีการรายงานเป็นครั้งแรกว่า พบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบโดยไม่รู้สาเหตุในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
  • 3 ม.ค.63 ประเทศไทย เริ่มดำเนินการคัดกรองผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น
  • 8 ม.ค.63 กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยรายหนึ่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้ป่วยรายนี้เดินทางมาจากอู่ฮั่น มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาฯ และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีความเสี่ยงว่า จะป่วยด้วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่
  • ในวันเดียวกันนั้น นายแพทย์ชำนาญการของกรมควบคุมโรค ได้ส่งผู้ป่วยรายนี้ไปสถาบันบําราศนราดูร และได้ส่งตัวอย่างเสมหะ น้ำลายบริเวณคอ น้ำมูกในจมูกของผู้ป่วย มาที่ศูนย์ของเรา(ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่) และทีมของเราก็ได้พบว่า นี่คือไวรัสตัวใหม่ที่ไม่เคยเจอในประเทศไทย และเมื่อนำเชื้อไปถอดรหัสพันธุกรรม จึงได้พบว่า 1. ไม่ใช่ไวรัสที่เจอในคน 2. เป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่เจอในค้างคาว และเราสรุปได้ว่า “เป็นเชื้อโคโรน่า แต่ไม่ทราบว่าสายพันธุ์อะไร”
ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี
  • ขณะที่ ในวันเดียวกันนี้ ทางการจีนยังไม่ได้ออกมาประกาศว่า พบเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ แต่ได้ประกาศว่า มีการแพร่ระบาดของ “โรคปอดอักเสบลึกลับ”
  • 9 ม.ค.63 ทางทีมได้นำเชื้อดังกล่าวไปถอดรหัสพันธุกรรม จนพบว่า สารพันธุกรรมนี้เป็นเชื้อไวรัสอยู่ในค้างคาว โดย ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ กล่าวว่า “ตอนแรกเราก็ยังงงๆ กันอยู่ว่า ทำไมเชื้อไวรัสในผู้ป่วยถึงหน้าตาเหมือนเชื้อไวรัสในค้างค้าว และเมื่อเราพบแล้ว แต่เราก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะทางการจีนยังไม่ได้ประกาศแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับโรคนี้ออกมา”
  • 11 ม.ค.63 “ทางการจีนประกาศว่า พบเชื้อไวรัสโคโรน่าในผู้ป่วยที่ป่วยด้วย “โรคปอดอักเสบลึกลับ” พร้อมระบุถึงลักษณะ และรายละเอียดของเชื้อดังกล่าว จากนั้น ทีมของเราก็รีบนำรหัสพันธุกรรมของผู้ป่วยที่เราทำการตรวจสอบไว้แล้วไปเปรียบเทียบ จนพบว่า เหมือนกัน 100% ทางทีมจึงรีบรายงานผลให้ผู้ใหญ่ทราบทันที” ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ กล่าว
    หมายเหตุ : ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ ระบุว่า ในกรณีนี้คาดว่า ทางการจีนสามารถตรวจพบเชื้อได้เป็นเวลาระยะหนึ่งแล้ว แต่เหตุที่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นประเทศขนาดใหญ่ การแพร่ระบาดของโรคเป็นวงกว้าง และต้องมีการตรวจทุกอย่างให้ละเอียดรอบคอบเสียก่อน
  • “เวลาที่เราพบเชื้อใหม่ๆ จะต้องมี 2 ห้องปฏิบัติการ คอนเฟิร์มผลซึ่งกันและกัน นั่นก็คือห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากพบว่าข้อมูลตรงกัน เป็นเชื้อตัวเดียวกัน ทางการไทยก็จะประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ ประเทศไทยเป็นประเทศแรก (ไม่นับประเทศจีน) ที่ประกาศว่า พบคนไข้ก่อน” ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ กล่าว
  • 13 ม.ค.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวว่า ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นรายแรกของประเทศไทย และเป็นรายแรกที่ตรวจพบนอกประเทศจีน 
  • เมื่อถาม ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ ว่า หากมีคนไทย หรือชาวบ้านนำค้างคาวมาทำเป็นอาหาร จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่หรือไม่?
    ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ ให้คำตอบว่า “เราทำวิจัยเรื่องค้างคาวมาเกือบ 20 ปีแล้ว คงจะบอกได้ว่า หากคนไทยกินค้างค้าว และดันไปเจอค้างคาวที่มีเชื้อที่สามารถติดต่อไปสู่คนได้ คนไทยก็มีโอกาสติดเชื้อใหม่ๆ ได้”
  • เมื่อถาม ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ ว่า ล่าสุดมียารักษา หรือยาป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่แล้วหรือยัง?
    ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ ให้คำตอบว่า “ยังค่ะ แต่ถ้าร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ไม่มีโรคแทรกซ้อน แม้จะยังไม่มียารักษา ร่างกายก็จะสามารถฟื้นตัวได้เอง และหายจากโรคนี้ได้ในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยสูงอายุชาวจีน 2 คน วัย 74 ปี และ 61 ปีที่พบในไทย เราก็สามารถรักษาให้หาย และส่งกลับประเทศได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งการรักษาก็ใช้วิธีเดียวกันกับการรักษาไข้หวัดใหญ่”
“เราเป็นนักเทคนิคการแพทย์ และทำงานวิจัยเกี่ยวกับค้างคาว และโรคอุบัติใหม่ แต่อาชีพเราก็ไม่ค่อยจะมีใครรู้จัก แม้จะเป็นอาชีพที่มีมานานแล้ว แต่เมื่อถึงเวลา อาชีพของเราก็สามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ ที่ผ่านมามาไขคำตอบในโจทย์ต่างๆ ได้ โดยทำให้เราค้นพบโรคได้ก่อน และให้ข้อมูลแก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงที” ดร.ทนพญ.สุภาภรณ์ ทิ้งท้าย.
ขอขอบคุณข้อมูลเพื่อการศึกษา : ไทยรัฐออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ทิลลี สมิธ เด็กสาวผู้ช่วยคน 100 ชีวิต รอดเหตุสึนามิ ปี 2547

ทิลลี สมิธ เด็กสาวผู้ช่วยคน 100 ชีวิต รอดเหตุสึนามิ ปี 2547
วันนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ววันที่ 26 ธค. 2547 เป็นวันที่เกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ของไทย คือเหตุการณ์​สึนามิ​ เช้าวันที่26 ที่หาดไม้ขาว ครอบครัวชาวอังกฤษที่มาพักผ่อนกัน ลูกสาววัย10ขวบสังเกตุเห็นฟองคลื่นแปลกๆและน้ำทะเลอยู่ไกลมาก เหมือนในvdoที่เคยเรียนเป็นสึนามิที่ฮาวาย และเธอพยายามบอกพ่อ...


ชื่อของเด็กสาวคนนี้คือ ทิลลี สมิธ (Tilly Smith) เด็กสาวชาวอังกฤษวัย 10 ขวบที่มาเที่ยววันคริสต์มาสที่ภูเก็ต พร้อมๆ กับครอบครัวในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นพอดี โดยในเวลานั้นเด็กสาวได้รู้สึกตัวว่าน้ำทะเลในหาดเริ่มที่จะลดลงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันเราจะทราบกันเป็นอย่างดีว่าเป็นสัญญาณของเหตุคลื่นยักษ์ แต่ในเวลานั้นแทบไม่มีใครทราบเลยว่าการที่น้ำลดอย่างรวดเร็วนั้นน่ากลัวขนาดไหน

ทิลลี เล่าว่า เธอนึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินเรื่องความอันตรายของการลดลงอย่างรวดเร็วของน้ำทะเลมาจากวิชาภูมิศาสตร์ก่อนจะเดินทางมาไทย ดังนั้นเธอจึงเตือนพ่อกับแม่และคนบนหาดให้รีบหนี ซึ่งแม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะยังงงๆ อยู่บ้าง แต่ก็ตัดสินใจที่จะเชื่อลูกสาวตัวเอง
พวกเขาแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวญี่ปุ่นซึ่งอยู่แถวๆ นั้น และนำไปสู่การลี้ภัยขึ้นที่สูงของคนบนในหาดที่เด็กสาวและครอบครัวไปเที่ยว จนทำให้ในตอนที่คลื่นซัดเข้ามาจริงๆ ทุกคนที่อยู่บนหาดกับเธอก็ลี้ภัยไปอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มีใครเลยที่เสียชีวิตทั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้ทิลลีได้รับการยกย่องให้เป็นเยาวชนดีเด่นโดยหนังสือพิมพ์เด็กของประเทศฝรั่งเศสในเวลาต่อมา และได้รับฉายาว่าเป็น นางฟ้าแห่งหาดทราย (Angel of the Beach) โดยเหล่าผู้ที่ได้ยินวีรกรรมของเธอ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ขอขอบคุณข้อมูล : The SUN
edit : thongkrm_virut@yahoo.com